บลาย ยย ~ 3

posted on 19 Nov 2009 20:03 by pearkiee

Blythe ตุ๊กตาบลายธ์ หรือที่ชอบเขียนกันว่า ตุ๊กตาบาย

Blythe ตุ๊กตาบลายธ์ ฮอต ฮิตกันเหลือเกินในหมู่ดารา สำหรับ “ตุ๊กตาบลายธ์” (Blythe) Blythe Doll ตุ๊กตาหัวใหญ่ ตัวเล็ก ตาโต ขนตาเด้ง ที่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้า คอนแทคเลนส์ ใส่วิกผม ทำผม แต่งหน้า

“ตุ๊กตาบลายธ์” “ของเล่น”ชิ้นใหม่ดารา

ตุ๊กตาบลายธ์

ฮอต ฮิตกันเหลือเกินในหมู่ดารา สำหรับ “ตุ๊กตาบลายธ์” (Blythe) ตุ๊กตาหัวใหญ่ ตัวเล็ก ตาโต ขนตาเด้ง ที่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้า คอนแทคเลนส์ ใส่วิกผม ทำผม แต่งหน้า ที่สำคัญสามารถโมดิฟายด์หรือตกแต่งใบหน้าให้เหมือนเจ้าของตุ๊กตาได้ด้วย

และอย่าแปลกใจถ้าตอนนี้สาวๆ ผู้นิยมเล่นบลายธ์จะกระเตงเจ้าตุ๊กตาที่ว่านี้ไปไหนมาไหนเพื่อถ่ายรูปด้วย

อย่างสาวฮอต “ชมพู่”อารยา เอ.ฮาร์เก็ต ที่นอกจากจะเล่นตุ๊กตาบลายธ์แล้ว ยังมีเก็บสะสมไว้เป็นกระตั้ก

“ชมเล่นตุ๊กตาบลายธ์ได้เพราะเห็นแตงโม(ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์)เล่นและถ่ายรูปน้อง(ตุ๊กตาบลายธ์)ส่ง มาให้ดู ชมว่ามันน่ารักดี ก็ถามเขาว่าซื้อที่ไหน จนกระทั่งวันเกิดชมปีที่แล้ว แตงโมไปฮ่องกงซื้อมาฝากเราตัวหนึ่ง โดยหุ้นกับเพื่อนๆ อีกหลายคน เพราะราคามันค่อนข้างสูง ซึ่งตุ๊กตาที่ชมสะสมมีทั้งหมด 100 กว่าตัวแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีเล่นต่างกัน บางคนเปลี่ยนชุดให้น้อง หวีผม หรือบางครั้งก็โมดิฟายด์ตัวน้องใหม่ให้ต่างจากที่โรงงานผลิตมา มีแต่งหน้าใหม่ ใส่คอนแทคเลนส์เปลี่ยนสี และบางคนก็จะพาน้องไปด้วยทุกที่เพื่อถ่ายรูปในมุมสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก”

“ยอมรับว่ามันเป็นของเล่นที่ฟุ่มเฟือย แต่ชมไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร ที่สังเกตคนที่เล่นน้องส่วนใหญ่จะเป็นคนที่โตแล้วทั้งนั้น มันเหมือนสะท้อนภาพวัยเด็กบางอย่างของเราที่ลืมไปแล้วให้กลับมาใหม่ จุดประกายให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ค่ะ”

เป็นเพราะ “ชมพู่” เพื่อนเลิฟเล่นตุ๊กตาบลายธ์ เลยทำให้สาว “เอมมี่”มรกต กิตติสาระ หันมาเล่นกับเขาด้วย

“มี่ไม่ได้ตั้งใจเล่นเลย ตอนแรกชมพู่ซื้อมาฝาก 2-3 ตัว จากนั้นก็มีคนอื่นๆ ซื้อมาให้อีก ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 11 ตัว มี่จะเล่นเวลาที่เซ็ง เล่นแล้วรู้สึกคลายเครียดดี เพราะเวลาเราเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือทรงผมให้เขาก็จะรู้สึกว่าเขาน่ารัก แต่บางทีก็ดูน่าเกลียด ยอมรับตุ๊กตาบลายธ์เป็นของเล่นฟุ่มเฟือย ซึ่งคนเล่นต้องเป็นคนที่มีรายได้พอสมควร ไม่อยากให้เล่นตามแฟชั่นค่ะ”


ตุ๊กตาบลายธ์” (Blythe) Blythe Doll

ถึงอายุจะแตะเลข 3 แล้ว แต่นางเอก “กบ”สุวนันท์ คงยิ่ง ก็เป็นอีกคนที่นิยมเล่นตุ๊กตาบลายธ์

“คนที่เอามาเผยแพร่ในกอง “ศิลามณี” คือพี่ผัดไท(นิลุบล)ค่ะ พอดีพี่หมีผู้จัดการกบเขาเอามาเล่น เห็นเขาเอาตุ๊กตามาเล่นก็ดูน่ารักดี บลายธ์มีเสน่ห์ในตัวเอง แต่วิธีการเล่นของกบ คือซื้อมาก็เอาเขามาตั้งโชว์ อยู่ในชุดเสื้อผ้าที่เป็นออริจินอล กบก็โทร.ไปถามคนที่เล่น โทร.ไปถามชมพู่-อารยา ถามว่ากบเล่นถูกเล่นผิดหรือเปล่า เพราะคนอื่นเขาจะเอาตุ๊กตามาเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำผม ใส่วิก โมฯหน้า แต่กบไม่ทำอะไรเลย ตั้งโชว์ไว้เฉยๆ ค่ะ”

ส่วนสาวหัวโจก “ผัดไท” นิลุบล ตรีเพชร ผู้นำทีมก๊วนละคร “ศิลามณี” เล่นตุ๊กตาบลายธ์ แง้มที่มาในการเล่นว่า “ลูกสาวน้องเจอาร์ร่ำร้องจะเอา ก็เลยซื้อให้เขาตัวนึง จากนั้นก็ไหลไปเรื่อยๆ ตอนนี้มีรวมกัน 6 ตัว แม่ 3 ตัว ลูก 3 ตัว ต้องมีเท่ากัน เวลาเล่นก็แลกเสื้อผ้ากันเอง เอาไปเล่นกับคนอื่นด้วย มีนัดปาร์ตี้เล่นกันยันตี 2 – ตี 3 มาเล่นกันที่บ้านเรา ข้างล่างไม่มีห้องรับแขกแล้ว เอาทุกอย่างออกหมด เอาเตียงมาวางที่เหลือเป็นลานตุ๊กตาเล่นกัน มีเสื้อผ้าหลากชุด มีวิกให้เปลี่ยน แต่งหน้า ทำผม เปลี่ยนสีตาได้ เอาไปโมดิฟายก็ได้แล้วแต่จินตนาการของเรา ตุ๊กตาบลายธ์มันเหมือนมีจิตวิญญาณสื่อสารกับเราได้ บางคนบอกว่าเห็นแล้วหลอน แต่เราดูว่าเขาน่ารัก เวลาแต่งตัวให้เขาเสร็จเราก็จะถ่ายรูปเขาไว้”

กระเตงเจ้าตุ๊กตาบลายธ์ไปทุกที่ สำหรับนางเอกสาว “นุ่น”วรนุช วงษ์สวรรค์ ที่นอกจากตัวเองเล่นแล้ว “ต๊อด-ปิติ” แฟนหนุ่ม ก็เห่อเล่นกับเขาด้วย

“จริงๆ อยากได้ตุ๊กตาบลายธ์มานานแล้ว ก็คุยกับชม ชมบอกว่ารอให้ร้านเขาเปิดก่อนแล้วค่อยไปอุดหนุน แต่นานซะจนทนรอไม่ไหว ต๊อดก็เลยซื้อให้ ตุ๊กตาตัวนี้นุ่นก็พาไปไหนต่อไหนด้วยเพื่อเอาไปถ่ายรูปกับสถานที่ที่เราไป อย่างไปเที่ยวฝรั่งเศสคราวที่แล้วก็พาเขาไปถ่ายกับหอไอเฟล นอกจากนี้ก็ยังเอาตุ๊กตาไปเล่นกับเพื่อนๆ ในกลุ่มด้วย นี่ล่าสุดก็ทำตุ๊กตาตกหัวถลอกเลยต้องติดพลาสเตอร์ให้ ซึ่งชุดเสื้อผ้าของบลายธ์ ก็มีทั้งนุ่นซื้อ ต๊อดซื้อ และแม่ต๊อดก็ซื้อให้ด้วย เพราะถือว่าเขาเป็นน้องค่ะ”

Blythe ตุ๊กตาบลายธ์  กับ
Blythe ตุ๊กตาบลายธ์ ฮอตฮิตกันเหลือเกินในหมู่ดารา สำหรับ Blythe Doll

เพราะสาวๆ ในก๊วนเล่นตุ๊กตาบลายธ์ สาว “หนิง” ปณิตา พัฒนาหิรัญ เลยไม่ตกเทรนด์ หาซื้อมาเล่นได้ 4-5 เดือนแล้ว

“หนิงมี 1 ตัว เป็นรุ่น Bowwow มีชื่อเรียก 2 ชื่อ เวลาไปเมืองนอกชื่อ “เจื้อย” ครูสอนรำตอนไปฝรั่งเศสตั้งให้ แต่เวลาอยู่เมืองไทยชื่อ “ฮอลลี่” แปลว่าลูกอมหวานๆ มีพี่ที่สนิทกันตั้งให้ค่ะ หนิงรู้จักตุ๊กตาบลายธ์จาก น้องๆ แฟนคลับ เห็นเขาเล่นกันก็ขอมาดูบ้าง จากนั้นนุ่น(วรนุช )ก็ไปซื้อมาเล่น เป็นตัวแม่ของกลุ่มเพื่อนๆ ทำให้ทุกคนต้องซื้อมาเล่นตาม ในกลุ่มก็จะมีตุ๊กตาบลายธ์คนละ 1 ตัว เวลาไปไหนหนิงก็จะพาเขาไปด้วย พาไปเที่ยว ไปถ่ายรูป หรือพามาเจอกันในกลุ่มเพื่อนๆ จะว่าไปเหมือนเขาเป็นลูกเลย เขาว่ากันว่าตุ๊กตาบลายธ์เป็นเหมือนตัวแทนของเจ้าของ เวลาเล่นไปนานๆ ตุ๊กตาจะเปลี่ยนไปตามเจ้าของ ตอนนี้หนิงก็รู้สึกว่ามันเริ่มคล้ายหนิงขึ้นทุกวันแล้วค่ะ”

เพิ่งซื้อมาเล่นหมาดๆ สำหรับดาราสาว “บี”มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ ซึ่งเจ้าตัวว่า “บีซื้อมาตัวเดียวค่ะ ซื้อมาได้ 2 เดือนแล้ว ชื่อน้องมาตี้ บีซื้อมาเพื่อเหมือนว่าเป็นตัวแทนเรา ไปไหนก็เอาเขาไปด้วย บางทีก็เอาไปเล่นกับเพื่อนๆด้วยค่ะ ที่ซื้อเพราะชอบมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ซื้อมาเล่นสักที พอมีโอกาสก็ซื้อมา อย่างที่บอกว่าตุ๊กตาเขาก็เหมือนตัวแทนเรา เรื่องชุดของเขาบีก็จะเปลี่ยนให้เขาด้วย ให้คล้ายๆ กับเราค่ะ”

ทำแล้วมีความสุข ไม่เดือดร้อนชาวบ้านก็ทำไปเต๊อะ

บลาย ยย ~ 2

posted on 19 Nov 2009 20:01 by pearkiee

Blythe (บลายธ์) ตุ๊กตาเจ้าเสน่ห์

บลายธ์ Blythe


บลายธ์ Blythe


บลายธ์ Blythe

 

บลายธ์ Blythe


บลายธ์ Blythe



          ตาโต หน้ากลม ขนตางอนงาม ปากนิด จมูกหน่อย อะๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล เรากำลังบรรยารูปร่างหน้าตาของ "Blythe" แหม...งงล่ะสิว่า "Blythe" คืออะไร งั้นเฉลยค่ะ "Blythe" คือตุ๊กตาสาวน้อยแสนสวยที่กำลังอินเทรนด์ในหมู่วัยรุ่น (คล้ายๆ ตุ๊กตาบาร์บี้) ทั้งที่ความจริงแล้วสาว Blythe เข้ามาสร้างความสดใสให้สาวๆ ตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว เชื่อว่าถ้าเห็นหลายคนคงร้องอ๋อ เพราะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี แต่ก็มีอีกหลายคนอยากรู้ว่าสาว Blythe จะน่ารักขนาดไหน และมีคุณสมบัติพิเศษอะไรทำไม๊...ทำไมถึงฮิตฮอตซะขนาดนั้น ถ้างั้นก็อย่าช้าตามเข้ามาหาคำตอบกันเลย...


          Blythe อ่านออกเสียงว่า Blahyth หรือ Blind (บลายธ์) เธอคือตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบให้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2515 (ค.ศ. 1972) โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐอเมริกา นามว่า เค็นเนอร์ (Kenner) ภายใต้ concept ที่อยากสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตา และหลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นอย่าง Allison Katzman จาก Marvin Glass & Associates หนึ่งในสตูดิโอออกแบบของเล่นชื่อดังที่สุดในโลก ให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตา Blythe ฉบับออริจินัลขึ้น 


          โดย Allison Katzman ได้หยิบเอาดวงตาที่ตั้งใจจะใช้กับตุ๊กตาสุนัขมาใส่ในตัว Blythe ส่วนลำตัวแรกๆ ก็มีขนาดได้สัดส่วนกับหัวที่มีขนาดใหญ่ แต่ปรากฏว่ากล่องใส่มีขนาดสั้น จึงต้องลดสัดส่วนความยาวลำตัวให้บรรจุได้พอดี ตุ๊กตาบลายธ์จึงหัวโตตัวสั้น ดูเหมือนการ์ตูน แล้วนับแต่นั้นมา เด็กๆ ทั้งหลายก็ได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้


          ซึ่ง สาว Blythe ปรากฎตัวครั้งแรกพร้อมกับทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องแต่งกายสไตล์วินเทจที่มีให้ Mix & Match กว่า 12 ชุด โมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe, Karess, Willow และ Skye จึงถูกคิดค้นขึ้นมา แต่ด้วยความที่อยากให้ตุ๊กตา Blythe ล้ำยุค และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รูปลักษณ์ภายนอกของสาวบลายธ์จึงถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น หัวโต ตัวผอม ความสูง 11.5 นิ้ว มีดวงตากลมโตเท่าไข่ห่านที่หลับได้เปิดได้ แถมเวลาเปิดเปลือกตาแต่ละครั้ง เธอสามารถเปลี่ยนสีดวงตาได้ถึง 4 สี คือ เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน 


          เพียง แค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ และ Blythe สามารถบิดเอวและเข่าได้ เพื่อให้เปลี่ยนชุดได้ง่ายและสามารถโพสต์ท่าเหมือนนางแบบ ทำให้กลับกลายเป็นว่าเด็กๆ ต่างพากันหวาดกลัวตุ๊กตาตัวแรกของโลก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยม จนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น


          จากนั้นในปี 2545 (ค.ศ. 2002) หรือ 30 ปี ต่อมาสาว Blythe ก็กลับมาได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมอีกครั้ง เพราะหลังจากที่ Gina Garan (โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน ) ได้รับตุ๊กตา Blythe เป็นของขวัญ ทำให้เธอตกหลุมรักมันพร้อมๆ กับถ่ายภาพเธอ Blythe เก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือรวมภาพถ่ายชื่อ "This is Blythe" รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 และจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่าย ที่ทำให้ชื่อของ Gina's Gallery โด่งดังไปทั่วโลก


          หลัง จากที่ Hasbro (ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner) ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ส่งผลให้ราคาประมูล Blythe ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นจากเดิม $35 เป็น $350 ทันที 


          และ ในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า "Neo Blythe" และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆ ของ Neo Blythes (นีโอ บลายธ์) เกิดขึ้นมากมายกว่า 37 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก Parco Limited Edition (1,000 ตัว) ตามมาด้วยคอลเลกชั่น Mondrian, Rosie Red, Holly Wood, All Gold in One, Kozy Kape inspired, Aztec Arrival inspired, Sunday Best และ Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิด ครบรอบ 1 ปี ของ Neo Blythes 


          และยังมีเซอร์ไพรสให้กับ์เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe สายพันธ์ใหม่นามว่า "Petite Blythe" (พีทิต บลายธ์) ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4.5 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได้พร้อมๆ กับการดัดบอดี้ส่วนต่างๆ ให้ดูมีการเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น และมีออกมาทั้งหมด 48 แบบ 


          ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ถือว่าโดดเด่น และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Perfect Petite Series Blythe Dolls ที่ประกอบไปด้วย Asian Butterfly, Paisley Star และ Cosmo Afternoon ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว Blythe Belle ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลอง และย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้วเท่านั้น


          รู้รายละเอียดและเห็นหน้าตาของสาว Blythe กันแล้ว นั่นแน่! เพื่อนๆ เริ่มหลงรักและอยากจะจะเป็นเจ้าของตุ๊กตา Blythe แล้วใช่ไหมล่ะ อะๆ ช้าเดี๋ยวตกเทรนด์ไม่รู้ด้วยนะ

บลาย ยย ~

posted on 19 Nov 2009 19:59 by pearkiee
Blythe (อ่านว่า บลายธ์) เป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงสูงสิบกว่านิ้วค่ะ ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 1972 (คือ 37 ปีก่อน) โดยวางจำหน่ายครั้งแรกในนามบริษัท Kenner ความที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น (น่าจะตรงหน้าผากกว้างใหญ่ไพศาลและตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย) และเป็นที่ถูกใจเนื่องจากสามารถกลอกตาไปมาและกะพริบตาได้ เมื่อดึงเชือกที่หลัง ทำให้ได้รับความนิยมพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม บลายธ์ไม่ค่อยประสบความสำเร็จด้านยอดขายนัก จึงจำเป็นต้องหยุดการผลิตลงในปีนั้นเอง

ห้าปีต่อมา "จีน่า กาเรน" โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์คนหนึ่งมีเพื่อนทักว่าหน้าเธอเหมือนบลายธ์เลยนะ เธอดีใจมากและหิ้วบลายธ์ไปท่องเที่ยวและทำงานด้วย พร้อมทั้งชักภาพบลายธ์กับสถานที่ต่างๆ รอบโลก จนกระทั่งในปี 1999 จีน่าได้พบกับ "จุนโกะ หว่อง" แห่ง Parco ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในญี่ปุ่น จุนโกะเสนอโปรเจ็คต์ให้นำบลายธ์มาปรากฏโฉมในแคมเปญคริสต์มาสปี 2000 ของห้างสรรพสินค้า ซึ่งทาง Parco ชอบไอเดียนี้และยินดีให้ทำโฆษณา 15 วินาที ทางโทรทัศน์สำหรับแคมเปญ

โฆษณาทาง TVCF นี้จึงกลายมาเป็นตำนานบทที่หนึ่ง ของการเปิดตัวบลายธ์สู่สายตาชาวญี่ปุ่น

ความสำเร็จของโฆษณาสั้นๆ ทำให้จีน่าตัดสินใจพิมพ์สมุดรวมภาพถ่ายบลายธ์ออกมา ชื่อว่า "This is Blythe" ซึ่งรวบรวมภาพที่เธอเดินทางไปทั่วโลกพร้อมน้องบลายธ์ของ เธอ ความดังของบลายธ์ทำให้ห้าง Parco ตัดสินใจใช้ตุ๊กตาสาวน้อยหัวโตตัวนี้ เป็นพรีเซนเตอร์ต่อเนื่อง เพราะแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน คนก็ยังพูดถึงโฆษณาช่วงคริสต์มาสอยู่ไม่สร่าง และแล้วน้องบลายธ์จึงโลดแล่นอยู่บนจอ จนถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2001 และได้รับเลือกเป็น image model ของห้าง Parco ในที่สุด

น้อง บลายธ์ยังโด่งดังไม่หยุดเมื่อห้าง Parco จับมือกับ Takara ผู้ผลิตของเล่นเด็กยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น ผลิต "Neo Blythe" (นีโอบลายธ์) ออกมา รุ่นแรกสุดคือ Parco Limited เปิดจำหน่ายครั้งแรกในงานแสดงภาพถ่ายบลายธ์ของจีน่าที่ห้าง Parco นั่นเอง เชื่อไหมคะว่ามีแฟนๆ น้องบลายธ์ต่อคิวรอซื้อเธอที่หน้าห้าง 1 วันก่อนเปิดจำหน่าย!! เรียกว่ากินนอนกันตรงนั้นเลย และน้องบลายธ์ก็ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง

ความ น่ารักของบลายธ์ทำให้แฟนๆ อยากออกแบบชุดให้เธอจนกลายเป็นงานประกวดย่อมๆ เหล่าดีไซเนอร์มืออาชีพหลายคน ก็เต็มใจตัดชุดในคอลเลคชั่นล่าสุดขนาดพิเศษให้บลายธ์ ส่งผลให้มีรุ่นใหม่ๆ ออกมาพร้อมแฟชั่นอินเทรนด์ เรียกว่าดังทั้งตุ๊กตาทั้งเสื้อผ้าจนกระทั่งเดือนมีนาคม 2002 บลายธ์ได้กลายเป็นนางแบบประจำของนิตยสาร Vogue Nippon เธอสวมชุดจากดีไซเนอร์ชั้นนำที่บรรจงตัดขนาดบลายธ์ (สูง 12 นิ้ว) ให้โดยเฉพาะ และมีการนำบลายธ์สวมชุดแบรนด์เนมเหล่านี้มาประมูลเพื่อหาเงินเข้ากองทุน UNICEF ด้วยค่ะ

เพียงแค่ปีแรกของการเปิดตัว น้องบลายธ์ก็กลายเป็นยิ่งกว่าซินเดอเรลลาที่ สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝัน เธอเบิกทางด้วยการถ่ายแบบเป็นพรีเซนเตอร์ เป็นอิเมจโมเดล และสุดท้ายคือ ถ่ายแฟชั่นลงนิตยสาร แถมยังมีส่วนร่วมในงานการกุศลด้วย แต่ความโด่งดังของเธอยังไม่หมดเท่านี้ค่ะ สัปดาห์หน้าเราจะมาต่อภาคสองระหว่างรอให้น้องบลายธ์ตัวเป็นๆ ที่สั่งซื้อมาถึง

อยากรู้จริงๆ ว่าตุ๊กตาหัวโตตัวนี้มีดียังไง...เหมือนได้ยินเพื่อนแหวมาแต่ไกลว่าห้ามลบหลู่!!

BlytheBlythe ซินเดอเรลลาแห่งวงการตุ๊กตา (2)

จาก สัปดาห์ที่แล้ว เราแนะนำความเป็นมาและการเข้าสู่วงการแฟชั่นของ Blythe (บลายธ์) ตุ๊กตาหัวโตที่เป็นทั้งนางแบบประจำ อิเมจโมเดล พรีเซนเตอร์ ฯลฯ และเป็นทูตแห่งแฟชั่นในญี่ปุ่น วันนี้จะมาต่อประวัติศาสตร์ของเธอเมื่อผ่านไป 1 ปี หลังเริ่มผลิตค่ะ

ปี 2002 ในวันเกิดครบรอบ 1 ปีของเธอ งานแฟชั่นโชว์ในญี่ปุ่นซึ่งรวม 14 แบรนด์ดังร่วมแสดงได้จัดงานฉลองวันเกิดบลายธ์ผ่านการจัดนิทรรศการหลากหลาย สถานที่ในญี่ปุ่น มีทั้งภาพถ่ายบลายธ์ของจีน่า ผู้ถ่ายภาพบลายธ์จนโด่งดัง จนกระทั่งโชว์ตุ๊กตาบลายธ์รุ่นคลาสสิคมากมายรวมถึงบลายธ์สวมชุดที่ใช้ในงาน แฟชั่นโชว์ปีนั้นด้วย ความเป็นนางงามอย่างแท้จริงของบลายธ์ปรากฏ เมื่อมีการประกาศว่า รายได้จากการประมูลบลายธ์ทั้ง 35 ตัว ที่จัดแสดงครั้งนั้นมอบให้มูลนิธิเช่นเดิม ตอนนี้เพิ่งสังเกตว่ามีตุ๊กตารุ่นเล็กออกมาคู่กันด้วยค่ะ "Petite Blythe" ด้วยความสูงแค่ 1 ใน 3 ของน้อง Blythe จึงทำให้มีข้อจำกัดด้านความละเอียดของชุดพอสมควร อย่างไรก็ตาม ราคาที่หารสามก็ทำให้แฟนๆ หลายคนเลือกซื้อมาเป็นเจ้าของได้สะดวกใจมากขึ้นค่ะ

Blytheใน เดือนธันวาคมของปี 2002 บลายธ์ยังดังจนฉุดไม่อยู่เมื่อมีการจัดประกวดภาพถ่ายบลายธ์ขึ้น โดยประกวดใน CWC แกลเลอรี่ในโตเกียวซึ่งมีบรรณาธิการแฟชั่นจาก Vogue Nippon และนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง "ไอ ยาซาว่า" (ผู้สร้าง Paradise Kiss ที่มีแต่แฟชั่นงามๆ ทั้งเรื่อง และ Nana ที่กลายมาเป็นภาพยนตร์โด่งดัง) รวมถึงเหล่าผู้มีส่วนร่วมในการถือกำเนิดบลายธ์เป็นคณะกรรมการ...อะไรจะขนาด นั้น

จนกระทั่งวันเกิดสองขวบของบลายธ์ในปี 2003 เหล่าแฟชั่นแบรนด์ก็ยังคงตัดเย็บชุดขนาดพิเศษสำหรับตุ๊กตา 44 ตัว ให้จัดแสดงเช่นเดิม ปีนั้นเป็นช่วง Healthy Boom อะไรก็เป็นกีฬาไปหมด น้องบลายธ์จึงออกรุ่นจำกัดจำนวน Courtney Tez by NIKE ออกแบบโดยเจ้าแห่งสปอร์ตแฟชั่นไนกี้เป็นแนวสปอร์ตเกิร์ลอินเทรนด์สุดขีดค่ะ

และแล้วในวันเกิด 3 ขวบของบลายธ์ เรื่องเศร้าจากเหตุการณ์สึนามิ ทำให้เธอปรากฏตัวในงานแฟชั่นโชว์เจ้าเก่าด้วยธีม "อาร์ตแอทแทค!" (Art Atack!) รายได้จากการประมูลบลายธ์ในชุดแฟชั่นสุดหรูกว่า 70 ตัว บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสึนามิทั้งหมดเลยค่ะ

ความเป็นซุปเปอร์สตาร์ของเธอ ทำให้น้องบลายธ์ต้องเดินสาย "Doll Tour" ไปทั่วญี่ปุ่น และเมื่อชาวโลกร่ำร้องถึงเธอ น้องบลายธ์ก็จำต้องเดินทางไปทัวร์ทั่วโลกไกลถึงสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ระหว่างที่เธอกำลังเดินสายอย่างขะมักเขม้น ในญี่ปุ่นก็ตีพิมพ์หนังสือรวมภาพของเธอออกมามากมาย และ ในที่สุด...จุดสูงสุดของเหล่าสาวกแฟชั่นก็เปิดประตูต้อนรับน้องบลายธ์เมื่อ เธอได้เปิดตัวในงาน "ปารีสแฟชั่นวีค" ในปี 2006!! งานที่ถือเป็นสุดยอดแฟชั่นโชว์จากทั่วโลกค่ะ!! ในงานนี้นางแบบจะสวมชุดและถือบลายธ์ที่สวมชุดแบบเดียวกันออกมาด้วย มุขอุ้มบลายธ์นี้โด่งดังจนงานโตเกียวแฟชั่นโชว์ปีนั้นขอเก็บไอเดียไปใช้บ้าง และหลังงานนี้น้องบลายธ์เลยได้โชว์ตัวถาวรอยู่ในแกลอรี่ลาฟาแยตที่ปารีสเลย ค่ะ

ในเมืองไทยเองทราบว่า มีกลุ่มคนรักบลายธ์อยู่พอสมควรเลยค่ะ มีร้านค้าที่จำหน่ายบลายธ์และร้านค้าออนไลน์อยู่บ้าง และดาราสาวไทยคนหนึ่งชื่นชอบบลายธ์เนื่องจากหน้าคล้ายเธอด้วยค่ะ ทายสิคะว่าใคร...ให้เวลาคิด 10 วินาที...หมดเวลาแล้วค่ะ! เธอคือ คุณชมพู่ อารยา ค่ะ (เหมือนจริงๆ) สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดเก๋แต่จะหามาปรุงแต่งตัวเองก็แพงเกินงบฯไปหน่อย ลองหันมาแต่งตัวให้น้องบลายธ์บ้างก็สนุกไปอีกแบบนะคะ เพียงแต่ต้องระวังราคาแสนแพงของพวกเธอหน่อยค่ะ ราคาตัวละ 3-4 พันบาท สำหรับ Neo Blythe รุ่นธรรมดาเลยค่ะ รุ่นพิเศษจำกัดจำนวนอาจราคาพุ่งขึ้นไปถึงหมื่นกว่าบาทเลยทีเดียว

แต่ ยังไงก็ย่อมเยาว์กว่า Ball joint doll ตุ๊กตาข้อต่อเทพแค่ 5-10 เท่าเท่านั้นเองล่ะค่ะ...เหมือนได้ยินเพื่อนตะโกนมาอีกแล้วว่าอย่าลบหลู่!! จ้ะๆๆ ...รู้น่าว่ารักเหมือนลูกในอุทร จิกกัดนิดหน่อยล่ะไม่ได้เชียว

370682815_bce57c2... Blythe Blythe

Blythe Blythe Blythe